มลพิษภายในบ้านและ คอนโด ที่คุณไม่รู้มาก่อน

มลพิษภายในบ้านและ คอนโด ที่คุณไม่รู้มาก่อน มลพิษในอากาศมีอยู่ทุกที่ไม่เว้นภายในบ้าน ซึ่งข้าวของเครื่องใช้นี่แหละค่ะเป็นตัวการสำคัญ เช่น กลิ่นหมึกจากเครื่องปริ้นเตอร์ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดบ้าน ฯลฯ

มลพิษทางอากาศส่วนใหญ่ล้วนเกิดจากฝีมือมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยควันพิษจากโรงงานอุตสาหกรรม หรือการปล่อยควันจากรถ เมื่อสูดดมเข้าสู่ร่างกายในปริมาณมากย่อมไม่ส่งผลดีอย่างแน่นอน แล้วคุณรู้หรือไม่ว่าสิ่งต่างๆ ภายในบ้านก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดมลพิษได้เช่นกัน จะมีอะไรบ้างไปดูกันเลยค่ะ

1. จุดซักเสื้อผ้า

เสื้อผ้าที่คุณใส่มีกลิ่นหอมอบอวลยาวนานตลอดทั้งวัน นั่นเป็นเพราะกลิ่นที่มาจากผลิตภัณฑ์ที่คุณใช้ซักเสื้อผ้า ซึ่งมีส่วนผสมของน้ำหอม และจุดที่คุณซักผ้าถือเป็นจุดศูนย์รวมของสารเคมี ไม่ว่าจะเป็นผงซักฟอก น้ำยาปรับผ้านุ่ม กลิ่นหอมพวกนี้ล้วนสร้างมลพิษเป็นอันดับต้นๆ ในบ้านที่ทำให้จมูกคุณพังได้แบบค่อยเป็นค่อยไปเลยก็ว่าได้

2. น้ำยาทำความสะอาดบ้าน

มักมีส่วนผสมของแอมโมเนียและสารฟอกขาว ซึ่งเป็นอันตรายต่อปอด เพราะมันทำลายโอโซนภายในบ้าน เราจึงขอแนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ ซึ่งเราสามารถทำขึ้นเองได้ เช่น สูตรทำความสะอาดพื้นห้องน้ำ ให้ผสมน้ำส้มสายชู ¼ ถ้วยตวง กับน้ำยาล้างจาน 1 ช้อนโต๊ะ เบคกิ้งโซดา ¼ ถ้วยตวง และน้ำเปล่าหรือน้ำอุ่นอีก 2 แกลลอนให้เป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นนำไม้ถูพื้นมาชุบแล้วถูพื้นห้องน้ำได้เลยค่ะ รับรองพื้นสะอาดใสปิ๊งแน่นอน

3. เฟอร์นิเจอร์

สีหรือกาวที่เคลือบทาเฟอร์นิเจอร์ ไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหม่หรือเก่า ย่อมมีสารพิษปนเปื้อน ดังนั้นก่อนเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้าน ควรเลือกวัสดุที่ได้รับการรับรองว่าปลอดภัยไร้สารเคมี และสารพิษที่อาจก่อให้เกิดอันตราย

4. เครื่อง Printer

สำหรับบ้านที่มีเด็กๆ วัยเรียน ต้องทำรายงานส่งอาจารย์ คงหนีไม่พ้นที่จะต้องใช้เครื่อง Printer เคยรู้สึกไหมคะ หลังจากสั่งปรินต์งานแล้วจะรู้สึกวิงเวียนศีรษะ นั่นเป็นเพราะตลับหมึกปล่อยสารที่ทำให้เกิดมลพิษภายในบ้าน จึงอยากจะแนะนำให้คุณติดตั้ง Printer ไว้ในตำแหน่งที่อากาศถ่ายเทสะดวกค่ะ

5. เครื่องครัวที่มีสารเคลือบ

คุณอาจจะรู้สึกชอบที่ใช้เครื่องครัวที่มีสารเคลือบ Polytetrafluoroethylene หรือ เทฟลอน เพราะมันทำความสะอาดได้ง่าย แต่ความเป็นจริงแล้วมันไม่ได้ดีต่อสุขภาพของคุณเลย ซึ่งสารเคลือบเหล่านี้จะทำให้เกิดโรคไทรอยด์ โรคอ้วน และโรคสมาธิสั้นได้นั่นเอง

6. พรมปูพื้น

การปูพรมภายในบ้านอาจทำให้คุณรู้สึกนุ่ม อุ่น สบายเท้า เพราะไม่ต้องเหยียบพื้นเย็นๆ แข็งๆ แต่คุณรู้หรือไม่ว่าในเส้นใยของพรมเป็นตัวดักจับฝุ่นขั้นเทพ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้เกิดโรคหอบหืด และภูมิแพ้ได้ ควรหมั่นทำความสะอาดโดยการดูดฝุ่น หรือนำไปซักอย่างสม่ำเสมอ

7. เทียน

ข้อดีของมันนอกจากจะช่วยเพิ่มแสงสว่างในยามฉุกเฉินแล้ว เรายังสามารถใช้เทียนเพื่อสร้างบรรยากาศและสร้างกลิ่นที่หอมให้กับภายในบ้านได้ แต่การเผาไหม้ของเทียนดันปล่อยสารก่อมะเร็ง ซึ่งทำให้เกิดการระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจ เหมือนการสูดดมสารที่ปล่อยมากับท่อไอเสียรถยนต์เลยค่ะ หากอยากสร้างบรรยากาศภายในบ้านจริงๆ แนะนำให้ใช้เทียนที่ทำจากขี้ผึ้งธรรมชาติ จะปลอดภัยกว่าค่ะ

8. ผลิตภัณฑ์ความงาม

น้ำหอม เครื่องสำอาง ที่คุณใช้อยู่ทุกวัน ล้วนมีการใส่สารให้ความหอม ซึ่งง่ายต่อการดูดซึมของผิวหนังและปอดเป็นอย่างยิ่ง เราจึงอยากแนะนำให้คุณมองหาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอมค่ะ

9. เครื่องประดับภายในบ้าน

ไม่ว่าจะเป็นช่วงเทศกาลคริสต์มาส ปีใหม่ ฯลฯ เรามักจะพบว่ามีการตกแต่งบ้านด้วยสายรุ้ง หรือลูกบอลพลาสติก คุณแน่ใจได้อย่างไรว่ามันปลอดภัย? ซึ่งความเป็นจริงแล้วมันไม่ได้ปลอดภัยเลยค่ะ เพราะมันมีสารก่อให้เกิดโรคมะเร็งแฝงตัวอยู่ ดังนั้น หากอยากจะตกแต่งบ้านให้เลือกของประดับที่ทำจากแก้ว ผ้า หรือวัสดุจากธรรมชาติจะดีกว่านะคะ

10. น้ำร้อนจากฝักบัว

อดีตประธานาธิบดีบารัก โอบามา แนะนำว่าควรติดตั้งเครื่องกรองน้ำสำหรับทั้งน้ำดื่มและน้ำอาบ ซึ่งมันเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยป้องกันตัวคุณเองจากการเกิดโรคมะเร็ง เพราะในระหว่างที่คุณอาบน้ำ ผิวหนังของคุณจะค่อยๆ ดูดซึมคลอรีนเข้าในร่างกาย โดย 10 นาทีในห้องน้ำจะทำให้คุณได้รับคลอรีนมากกว่าการดื่มน้ำจากแหล่งเดียวกันในปริมาณ 1 แกลลอน ดังนั้น หากไม่มีการกรองน้ำก่อนการใช้ คลอรีนจะกลายเป็นก๊าซและสร้างอากาศเป็นพิษภายในบ้านของเรา

สิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเราล้วนมีทั้งข้อดีและข้อเสีย เราจึงควรพิถีพิถันในการเลือกใช้สิ่งของ เพราะมันมีผลกระทบต่อร่างกายเราอย่างมาก หากดูผิวเผินแล้วไม่น่าจะเป็นอะไร แต่ความจริงเมื่อเราอยู่กับมันทุกวัน การสูดดม สัมผัส เอามลพิษเข้าสู่ร่างกายจนเกิดการสะสมอยู่เรื่อยๆ นานเข้าคุณอาจเจ็บป่วย หรือร้ายแรงสุดอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ค่ะ

credit: https://www.gurubaan.com/

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *